แม็กซ์ก็ว่าจะจบเรื่องนี้ไปแล้วน้า แต่ก็ดันไปสะดุดตากับข้อความที่ถูกโพสต์ในเว็บ http://www.pubat.or.th/webboard/webboard.php?Category=general&pg=0

ชื่อกระทู้ว่า "งานมหกรรมหนังสือ สมาคมปกป้องหรือช่วยเหยียบซ้ำสมาชิก"  ลองอ่านกันดูแล้วกันว่าพูดว่ายังไงได้

สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่าน แม็กซ์ไฮไลท์ฉากเด็ดไว้แล้วค่ะ ลองคิดดูแล้วกันว่ามันเหมือนคำสารภาพไหมว่า "ใคร" กันที่เป็นคนปากโป้งไปฟ้องตำรวจจนเราไม่มีโรแมนซ์อ่านกัน

 

พาเพลินขอชี้แจง และระยาบความทุกข์สักครั้ง

สืบเนื่องจากสำนักพิมพ์พาเพลิน เป็นสำนักพิมพ์นิยายแปลโรมานซ์แห่งแรกที่ถูกจับตั้งแต่เดือน สิงหาคม 50 และโดนอีกครั้งในเดือน กันยายน 50 วันนี้สุดทนกับอะไรหลายๆอย่างจึงขอออกมาพูดเล่าดังนี้
ครั้งแรกวันที่ 9 สิงหาคม 50 หนังสือของพาเพลินเรื่อง "โฮดี้ แม่สาวซ่าส์ ถูกจับกวาดไป กับอีก 8 สนพ. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแนวขายประสบการณ์ทางเพศ มีบางเล่มเป็นวรรณกรรมที่ก็ไม่น่าโดนเหมือนกัน ครั้งนั้นจำนวนหนังสือที่ถูกจับมีทั้งหมด 15 เล่ม พาเพลินโดนเล่มเดียว
ทางพาเพลินไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากจนท.เราคิดว่าทางนั้นกวาดไป และถ้าได้อ่านเนื้อหา ก็คงเข้าใจว่า นิยายโรมานซ์ไม่ใช่หนังสือลามก ทางสนพ.จึงรอการติดต่อแจ้งให้ไปชี้แจงจากสน.และอีกอย่างหนึ่งบนหน้าปกหนังสือที่จับนั้นเราระบุจัดเรทไว้ชัดว่าสำหรับผู้อ่านวัย 18 ปี ขึ้นไป


ต่อมาวันที่ 18 กันยายน ห่างกันเดือนกับหนึ่งสัปดาห์ มีประกาศลงหนังสือพิมพ์อีกว่า พาเพลินโดนจับอีก คราวนี้โดนร่วมกับนิตยสารสองฉบับ การ์ตูนของค่ายบูรพัฒน์ และกับสำนักพิมพ์มันดี ที่เป็นนิยายไทยครั้งนี้ โดนเรื่อง ทาร่าผู้น่ารัก และมีการพิมพ์บนปกหน้า เช่นกันว่า นิยายสำหรับผู้อ่านวัย 18 ปีขึ้นไป

เมื่อโดนครั้งที่สอง ทางสนพ.ก็แปลกใจและตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น จึงโทรแจ้งกับจัดจำหน่ายสอบถามเรื่องราวรายละเอียด ตอนที่โทรไป ทางจัดจำหน่ายเองก็ยังไม่ทราบเรื่อง พอทราบก็ตกใจ และบอกเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้าวันประกาศจับ ประมาณ 4-5 วันมีร้านค้าโทรไปปรารภว่า มีตำรวจนอกเครื่องแบบเอาลิสท์ไปซื้อหนังสือของทั้งมันดี และพาเพลิน ระบุชื่อหนังสือไปเสร็จสรรพ นัยว่า มีคนสั่งให้มาซื้อที่ร้านนี้ เพราะมีหนังสือนี้แน่

หลังจากนั้นก็มีกระแสอื่นอีกโทรเข้ามาว่า ทางเราถูกกลั่นแกล้งจากคนในวงการด้วยกันเอง ไม่ทราบว่าเป็นใคร หรือกลุ่มใด ทางสนพ.เองก็ไม่มีหลักฐาน (ความเห็นแม็กซ์เองนะ คุณมีหลักฐานรึเปล่าว่าโดนแกล้ง เป็นการอ้างกันเองทั้งนั้น)

เมื่อติดต่อไปที่จนท.ตำรวจ ทางตำรวจปกปิดแหล่งข่าว และบอกว่าเป็นการรับนโยบายมาจากฝ่ายเฝ้าระวัง กระทรวงวัฒนธรรม อีกที ก็บอกว่า เป็นดำริของ ท่านวงกต มณีรินทร์ และคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์หรืออะไรสักอย่างของท่านรองนายกไพบูลย์ และอีกทีก็บอกว่าได้มาจากแหล่งข่าวที่เป็นร้านขายหนังสือ นัยว่าเป็นแหล่งข่าวของเขา ทางเราก็ต้องแก้ปัญหาไปเอง

ช่วงนั้นสนพ.พาเพลินทั้งเครียด ทั้งเสียใจ ที่คนเราไม่ต่อสู้กันอย่างยุติธรรมแต่ใช้วิชามารมาทำลายกัน เราไม่รู้ว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไร เราโดนเก็บและห้ามจำหน่ายหนังสือทั้งสองเล่มจากตลาด แต่นั่นก็ยังไม่พอ

ต่อมาก็โดนอีก ทางจนทตำรวจ.มาบอกให้เราเรียกเก็บหนังสือของทั้งสนพ.ออกจากตลาด จำนวน 200 กว่าเรื่อง โดนไม่มีการตรวจสอบใดๆ เราก็ชี้แจงว่า หนังสือบางเล่มแทบไม่มีบทรักเลยก็มี

ทางสนพ.ก็ขอความเป็นธรรมว่า เราทำโรมานซ์บางเรื่องมีบทมากบทน้อย และเพิ่งผลิตออกมาได้ไม่นาน อายุสนพ.ยังไม่ถึง ห้าปี หลายสนพ.ในท้องตลาด ออกมาก่อนเราตั้งนาน ทำไมทางตำรวจไม่ไปจับ ทำไมมาเลือกจับเราเจ้าเดียว และมาบอกกลายๆให้เราปิดสนพ.ทางอ้อมแบบนี้ เราทำผิดอะไรหนักหนา

ทางสนพ.เคลียร์เท่าไหร่ก็ไม่ยอมจบ จะดึงดันปิดสนพ.เราให้ได้ท่าเดียว บอกว่า ทางผู้ใหญ่เร่งรัดมา สนพ.จึงถามว่าเจ้าอื่นวางโชว์บนเชลฟ์เป็นนิยายแปลกลุ่มเดียวกัน ทำไมไม่จับ ตำรวจบอกว่าไม่รู้จักเจ้าอื่น และยังอ่านไปไม่ถึง กำลังคนของเรามีน้อย คุณบอกมาสิว่ามีเจ้าไหนบ้าง ทางสนพ.บอกไปหลายเจ้าที่ทำและมีฉากร่วมเพศ (ความเห็นของแม็กซ์: อันนี้ชัดเลยนะว่าใครเป็นคนปากโป้ง ตอนคุณกล่าวหาคนอื่น คุณไม่มีหลักฐาน แต่นี่คุณยอมรับเองนะว่าเป็นคนแฉ) แต่ตำรวจก็ไม่จับ แถมยังคะยั้นคะยอให้เราไปแถลงข่าว และขนหนังสือไปให้ออกข่าว และยอมรับผิดว่าผลิตสิ่งพิมพ์ลามกและต่อไปจะผลิตหนังสือดีๆ

ทางสนพ.ปฏิเสธไม่ยอมไปแถลงข่าว เพราะเราเชื่อว่า โรมานซ์ไม่ใช่นิยายลามก และหากเราผิดจริง หากจะให้แถลงข่าว ก็ขอตำรวจให้ความเป็นธรรมแก่เรา จับมาทั้งหมดทุกเจ้าในตลาด แล้วแถลงข่าวพร้อมกัน เรายินดีเสมอ

หรือถ้าคิดจะปิดสนพ.พาเพลิน (เขาบอกว่าเขาไม่ได้สั่งปิด แต่ขอให้เราเก็บหนังสือทุกเล่ม ทั้งหมด ออกจากตลาด เราก็บอกว่านั่นก็ปิดกลายๆแล้ว ) ทางเราก็ยินดี แต่ทางตำรวจต้องปิดให้หมดทุกสำนักพิมพ์ อย่าเลือกปฏิบัติ

คุยครั้งนั้น (มีการคุยหลายครั้ง) ตำรวจขีดเดทไลท์ให้สนพ.เก็บหนังสือทั้งหมดภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้

ส่วนเรื่องไปขายในงานนั้น คนไม่เข้าใจก็หาว่าพาเพลินรู้กันจึงไม่ไป แต่ความจริงไม่ใช่ ...พาเพลินกำลังจะตายอยู่แล้ว วิงวอนขอเอาไปขายอยู่หลายครั้ง แต่เขาไม่ยอม ยืนกรานว่าเอาไปเขาก็จับ เราฟังล้ว เขาเอาจริงมากๆ ไม่ยอมผ่อนผันเลย เราไม่ต้องการให้จัดจำหน่ายมาเดือดร้อนด้วย จึงบอกว่าอย่าเอาไปขายเลย เขาขีดเส้นให้เก็บแล้ว และตำรวจบอกว่า ถ้าเอาไปเขาจะจับกวาดหมด และในงานนี้เขาว่าเขาจะจับอีก
เป็นคุณ คุณจะเอาไปขายมั้ย