Ravish // Cathy Yardley

posted on 08 Dec 2008 13:45 by maxtreme in F-Club, Paranormal

แม็กซ์อ่านนิยายแนวอีโรติค (เน้นว่าเป็นอีโรติคนะคะ ไม่ใช่อีโรติคโรแมนซ์) เล่มแรกในชีวิตด้วยความบังเอิญ หรือจะเรียกว่าโง่ก็ตามใจนะคะ ตอนนั้นเรายังไม่ได้เริ่มอ่านโรแมนซ์ด้วยซ้ำ ไปเดินโต๋เต๋ที่ห้างเพนนิซูล่า และเจอหนังสือเรื่อง The Claiming of Sleeping Beauty ในร้านเอเชียบุ๊คเข้า ดูชื่อเรื่องก็ชักจะสนใจ เพราะดูเหมือนมันจะเกี่ยวกับนิทานที่เราดูตอนเด็ก (เรื่องเจ้าหญิงนิทราไง) แถมชื่อคนแต่งแม้จะเป็นนามปากกาที่ไม่รู้จัก ก็มีตัวหนังสือเล็ก ๆ บอกว่าเป็นคนคนเดียวกับแอน ไรซ์ ซึ่งก็เป็นนักเขียนอีกคนที่เราอ่านอยู่ประจำ

เพราะโง่น่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้สังเกตว่าหนังสือเล่มนี้มันวางขายอยู่บนชั้นนิยายแนวอีโรติค เราซื้อมาเพราะคิดว่า มันจะเล่าเรื่องการตื่นจากนิทราของเจ้าหญิง ชีวิตของเธอจะเป็นยังไงต่อ

แล้วก็เจอดีเลย The Claiming of Sleeping Beauty ทำให้แม็กซ์ขยายหนังสือแนว BDSM ไปอีกนานมาก เราอ่านแล้วอารมณ์ไม่ตื่นเลยนะคะ แต่เกิดความทุเรศในเรื่องเพศของมนุษย์ไปนานมาก เรื่องนี้ำทำให้เรารู้สึกว่าเซ็กส์ชนิด BDSM เป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง โดยรวม ทำเอาแม็กซ์ช็อคไปนานเลยแหละ

ที่ย้อนอดีตให้ฟังกัน ก็เพราะว่าหนังสือเล่มที่กำลังจะรีวิวต่อไป ก็เอาธีมเรื่องของเจ้าหญิงนิทรามาเขียนเป็นแนวอีโรติคอีกเล่มเช่นกัน แต่เป็นอีโรติกโรแมนซ์นะคะ 

แม้จะไม่ได้ทำให้แม็กซ์ช็อคได้ แต่มันก็ไม่ได้ดีอะไรหรอกค่ะ

 

 

Ravish ของแคธี่ ยาร์ดลี่ย์

หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่สองในตำนานนิทาน (สำหรับเด็ก) ที่แคธี่ ยาร์ดลี่ย์เอามาดัดแปลงเป็นนิยายอีโรติค โรแมนซ์สำหรับผู้ใหญ่ แต่มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันหรอกนะคะในแต่ละเล่ม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอ่านเล่มแรกก่อนเพื่อมาอ่านเล่มนี้หรอก ตัวละครก็ไม่เกี่ยวกัน เพียงแต่ลิงค์กันด้วยนิทานเท่านั้นเอง (เล่มแรกใช้เรื่องสโนไวท์ และเล่มสามเรื่องบิวตี้แอนด์เดอะบีสต์)

เล่มนี้เป็นกึ่งแนวพารานอมอล แต่เราว่ามันปัญญาอ่อนไปหน่อยน่ะสำหรับพล็อตส่วนพารานอมอล

เล่มนี้เปิดเรื่องขึ้นเมื่อหกปีก่อน เมื่อออโรร่านางเอกของเราพยายามเสียตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรกัน เธอก็หมดสติ และหลับใหลลงนับจากนั้น แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะทุ่มเทเงินทองเชิญหมอดังมารักษาสักกี่คน ก็ไม่สำเร็จ เธอไม่เคยตื่นขึ้นมาอีกเลย จนกระทั่งคุณหมอจาค็อบ ไวท์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทคนดังถูกเชิญตัวมาดูอาการของเธอ

ออโรร่าเป็นคนไข้ที่แปลก เพราะแม้จะนอนหลับมานานหลายปี ร่างกายของเธอก็ไม่เสื่อมโทรม เธอดูเหมือนคนนอนหลับธรรมดา ไม่ใช่คนไข้อาการโคม่า จาค็อบรู้ว่า ถ้าเขาสามารถปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาได้สำเร็จ เขาจะกลายเป็นคนโด่งดัง แต่เพียงในคืนวันแรกที่เริ่มทำการรักษา จาค็อบก็เริ่มมีความฝันประหลาด 

เขาได้พบกับออโรร่าในความฝัน ความฝันที่เร่าร้อนและรุนแรง ก่อนที่จะถูกพยาบาลที่เขาจ้างมาให้ดูแลออโรร่าปลุกให้ตื่น เขารู้จากนางพยาบาลว่า ในขณะที่เขาหลับ คลื่นสมองของออโรร่ามีการเปลี่ยนแปลง หลายวันถัดมา จาค็อบอดหลับอดนอนดูแลอาการของเธอ แต่ทุกอย่างเงียบกริบ อาการของเธอคงเดิม ไม่ดีขึ้น จนสุดท้ายเขาเผลอหลับไปอีกครั้ง 

และเขาก้ได้เจอกับออโรร่าอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกปลุก เพื่อจะถูกบอกว่า คลื่นสมองของออโรร่าเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  เขาจึงเริ่มเอะใจ และคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติไปจากอาการป่วยธรรมดาแล้วล่ะ

อย่างที่บอกนะคะ เรื่องนี้มีพล็อตพารานอมอลมาผสมด้วย นั่นคงเพราะเป็นสิ่งเดียวที่อาจใช้อธิบายอาการของออโรร่าให้ดูมีเหตุผลขึ้นมาได้

บอกตามตรงนะคะว่าเราชอบคอนเซ็ปต์ของหนังสือชุดนี้ ที่เอานิทานมาเล่าใหม่ แต่ขอบอกว่าคนแต่งทำได้แย่มาก เพราะอ่านไปไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจ ไม่สร้างสรร กระทั่งเซ็กส์ที่มีเต็มไปหมดทั้งเรื่อง ก็น่าเบื่อ และเหตุผลที่มันน่าเบื่อก็เพราะพล็อตเรื่องและตัวละครไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจพอ แม็กซ์ไม่ชอบอ่านฉากเซ็กส์เพราะเซ็กส์ และเล่มนี้ดูเหมือนมันจะเป็นอย่างนั้น

นี่ยังไม่นับว่า เรารู้สึกว่าพระเอกซึ่งเป็นหมอมีหน้าที่รักษานางเอก จะข้ามก้าวเส้น โอเคนะ ในเรื่องทำว่าเป็นความฝัน แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมอยู่ดี ผิดจรรยาบรรณอย่างรุนแรง (และเราไม่ชอบหมออยู่แล้วด้วยแหละ) 

เป็นหนังสือที่พล็อตล่องลอย ไม่มีจุดหมาย ตัวร้ายก็เหมือนตัวตลก วิธีการเอาชนะตัวร้ายก็เหมือนเด็กเล่นขายของ (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าพระเอกนางเอกมาเล่นขายของกันหรอกนะ แต่ใช้เซ็กส์เป็นทางออกแบบห่วย ๆ) 

ไม่มีอะไรดีที่จะพูดถึงเล่มนี้ค่ะ นอกจากมันทำให้แม็กซ์นึกถึงอดีตอันเลวร้ายพอกัน ตอนที่ได้อ่าน The Claiming of Sleeping Beauty

คะแนนที่  37

ป.ล. ถ้าอยากอ่านแนวอีโรติคแท้ ๆ ที่สนุก ก็แนะนำเรื่อง Exit to Eden ดีกว่าค่ะ แต่งโดยแอน ไรซ์นี่แหละ แต่ดีกว่าเยอะ (อ้อแล้วอย่าเผลอไปดูหนังเข้านะคะ มันห่วยแตกมาก ถ้าจะดูหนังแนว BDSM สนุก ๆ ก็แนะนำเรื่อง Secretary ที่แม็กซ์ยกให้เป็นหนังในดวงใจของเราอีกเรื่องนึงเลยแหละ)

Comment

Comment:

Tweet

#7 By (27.145.17.39|27.145.17.39) on 2015-06-20 20:07

ขอบคุณจ้า

#6 By ดาวโหลดเพลง (124.157.236.219) on 2009-09-07 23:03

สนใจแนว BDSM อยู่เช่นกัน
จะลองหาเรื่องนี้มาอ่่านดูครับ

#5 By Tomodachi on 2009-05-07 00:57

ยังไม่กล้าอ่านแนวนี้อ่ะค่ะ เอาแบบพื้นๆ ก่อนละกัน

#4 By da (203.146.115.77) on 2008-12-09 15:14

เราว่าของแอนไรซ์มันคล้ายๆ Lady Godiva and Master Tom (ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะคะ) น่ะค่ะ มันเป็นแฟนตาซีมาก ออกแนว degrade มากกว่า BDSM

ส่วนเรื่อง BDSM เราเห็นด้วยกับคุณเมย์ค่ะ คนสองคนต้องไว้ใจกันถึงจะทำ Top ที่ดีก็ต้องรู้จักขีดจำกัดของ Bottom ด้วย และเมื่อถึงขีดจำกัดก็ควรจะใช้ safe word ด้วย

เราว่าความงามของเรื่อง BDSM ที่เราประทับใจก็คือเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจกันของคนสองคนนี่แหละค่ะ

ปล. เราเองก็ชอบ Secretary เหมือนกันค่ะ

#3 By M.E. on 2008-12-09 00:13

เคยอ่านอนาอิสแล้วล่ะค่ะ แต่สมองไต่ไม่ถึงระดับ เลยมึน ๆ (อาการเดียวกับตอนที่อ่านเฮนรี่ เจมส์นั่นแหละค่ะ)

ส่วนเรื่อง BDSM นี่เราก้อไม่มีปัญหานะคะ อ่านได้ แต่เราไม่ชอบ Sleeping Beauty ของแอน ไรซ์เพราะมันให้ความรู้สึกถึงการเหยียดหยามมากกว่าเป็นเรื่องทางเพศน่ะ บรรยายไม่ค่อยถูกเหมือนกัน ตอนนั้นอ่านก็เด็กมาก (ถึงได้ช็อคไงคะ)

เรามองว่า BDSM น่าจะเป็นเรื่องของการไว้ใจกันมากกว่า (ถึงได้ยอมให้คนอีกคนมาทำกะตัวเองอย่างนั้นได้) แต่เราไม่ได้ความรู้สึกนั้นเลยกับชุด SB ของแอน ไรซ์

#2 By max on 2008-12-08 22:12

อ่านรีวิวแบบนี้แล้ว เล่นเอาไม่อยากซื้เรื่อง The Claiming of Sleeping Beauty เลยนะคะ sad smile

อันที่จริงเราก็อ่านอีโรติกาล่ะค่ะ แต่เราไม่ชอบของแอน ไรซ์ คิดว่าคงไม่ตรงรสนิยมเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะมันเป็น BDSM เนื่องจากเราอ่าน BDSM ได้ และบางเรื่องก็ได้กลายมาเป็นเรื่องที่ชอบ อย่างเรื่อง Venus in Furs ของ Leopold von Sacher-Masoch (เห็นนามสกุลแล้วไม่ต้องแปลกใจค่ะ เพราะคำว่า Masochism ก็มาจากเขานี่แหละ) ถ้าให้แนะนำอีโรติกาโดยนักเขียนผู้หญิง เราว่าอ่านงานของ Anaïs Nin น่าจะดีกว่าค่ะ (แต่ส่วนใหญ่งานของเธอจะเป็นไดอารี)

#1 By M.E. on 2008-12-08 19:43