Category

Zach's Law & Outlaw Derek // Kay Hooper

posted on 17 Oct 2012 13:32 by maxtreme in C-Club, Category, D-Club directory Fiction

เคย์ ฮูเปอร์เป็นนักเขียนที่คนไทยรู้จักกันเยอะนะคะ ส่วนหนึ่งเพราะหนังสือของเธอถูกแปลเป็นภาษาไทยและพิมพ์ขายมาแล้วหลายรอบ โดยเฉพาะหนังสือที่ถูกตั้งชื่อว่า ยอดรักนักสืบ แต่ท่ามกลางความหาได้ง่ายของฉบับแปลภาษาไทย ก็คือความหายากมากในระดับนึงของฉบับภาษาอังกฤษ เพราะหนังสือชุดนี้เขียนมานานเกินยี่สิบปีแล้ว

เราเองก็ยังมีฉบับภาษาอังกฤษไม่ครบค่ะ ที่อ่านไปจนจบชุดก็คือการอ่านฉบับภาษาไทยนั่นเอง ทำให้เมื่อมีการนำงานชุดนี้มาพิมพ์ใหม่ ก็เลยเป็นโอกาสอันดีสำหรับเราที่จะสะสมหนังสือชุดนี้ในฉบับภาษาอังกฤษซะที 

รีวิวหนังสือสองเรื่องในวันนี้เป็นงานเขียนของเคย์ ฮูเปอร์ที่เราอ่านเป็นเล่มแรก ซึ่งก็คือเรื่อง Outlaw Derek ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย เราไม่ชอบอะไรหลายอย่างมากในเล่มนั้น และคงจะได้เขียนถึงต่อไปค่ะ ส่วนอีกเล่มเป็นงานเขียนเล่มแรกของเคย์ ฮูเปอร์ที่เราชอบมาก อาจจะบอกได้ว่า เพราะเล่มนี้แหละทำให้เรามีความอดทนอ่านงานที่สนุกน้อยกว่าของเธอ เพราะเราเชื่อว่า ในทุกสิบเล่มที่เป็นอย่าง Outlaw Derek ก็จะมีสักเล่มที่เป็นอย่าง Zach's Law 

เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วค่ะ ที่เราอ่านงานชุดนี้ (ในฉบับภาษาไทย) จบไป การกลับมาอ่านใหม่ ความคิดเราเปลี่ยนแปลงตามตัวเองที่เปลี่ยนแปลง แต่หัวใจหลักก็ยังเหมือนเดิมค่ะ เราชอบ Zach's Law มากกว่า Outlaw Derek

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า เนื่องจากเรื่องชุดนี้เขียนไว้นานมากแล้วะคะ องค์ประกอบหลายอย่างในเล่มนี้เก่าจนเห็นยุคสมัยได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดต่อสื่อสารที่ยังไม่มีมือถือ ทำให้มีการใช้ตู้โทรศัพท์แบบซุปเปอร์แมนกันอยู่ แล้วยังมีเครื่องพิมพ์ดีด สายลับรัสเซีย เราเลยอยากแนะนำว่า ถ้าจะหยิบมาอ่านก็ให้นึกว่า กำลังอ่านเรื่องย้อนยุคไปสักเมื่อยี่สิบปีก่อนนะคะ

 

 

Zach's Law ของเคย์ ฮูเปอร์

เล่มนี้ถ้านับตามชุด ถือเป็นเล่มที่สามนะคะ แต่ถ้าหากนักเอา In Serena's Web เข้าไปด้วย ก็ถือเป็นเล่มที่สี่ค่ะ เป็นเรื่องราวของแซค สตีล หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของจอช ลองค์ (ซึ่งเป็นพระเอกเล่มแรกอย่างเป็นทางการในชุด Raven on the Wing) คนที่ถูกหัวหน้าสายลับนามว่าเฮเก้น ลากเข้าไปมีส่วนในปฏิบัติสายลับด้วย

ในขณะที่กำลังจับตา และดักฟังคนร้ายที่ลักลอบค้าอาวุธ แซค สตีลก็เจอกับเรื่องยุ่งยากที่มาในนามของเท็ดดี้ ไทเลอร์สาวร่างเล็ก ผมแดง ที่บังเอิญรถเสียได้ผิดที่ผิดเวลาอย่างยิ่ง เพราะเธอหลงอยู่ในป่าที่ซึ่งมีแต่แซค และคนร้าย 

เขาไม่มีทางเลือกนอกจากจับตัวเท็ดดี้เอาไว้ ถ้าปล่อยเธอไปก็อาจจะเป็นอันตรายต่อปฏิบัติการ (จะเอาตัวไปเก็บที่อื่นก็ไม่ได้  ไม่มีมือถือจำไว้นะคะ  ติดต่อใครก็ยุ่งยาก) แต่เท็ดดี้ไม่เหมือนนักโทษทั่วไป อันที่จริงหลังจากที่หายตื่นกลัวแล้ว เธอเข้าใจสถานการณ์อย่างยิ่ง แถมยังเป็นกองหนุนคอยช่วยแซคในภารกิจอีกต่างหาก

แต่แซคไม่วางใจ โดยเฉพาะเมื่อความผูกพันของทั้งสองแนบแน่นยิ่งขึ้น มันเคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต หญิงสาวที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย และหันเข้าหาชายเพียงคนเดียวที่อยู่ตรงนั้น แซคคิดว่า นี่เป็นอีกครั้งที่จะเกิดขึ้น เท็ดดี้ไม่ได้รู้สึกอะไรต่อเขาอย่างจริงจัง เพียงแค่เขาอยู่ที่นั่น ทำให้แซคปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองที่เกิดขึ้น และปฏิเสธเยื่อใยที่เท็ดดี้มีให้ต่อเขา

พล็อตแนวจำเลยรักที่พระเอกไม่ได้ตบ หรือเข้าใจนางเอกผิด เพียงแค่ติดอยู่ด้วยกันในกระท่อมกลางป่าแบบสองต่อสอง  เราชอบเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ ของเรื่องในชุดนี้เลยนะคะ ทั้งที่ตอนอ่านไม่ได้ชอบแซค สตีลอะไรเป็นพิเศา แต่เมื่อได้อ่านเล่มนี้เราชอบเท็ดดี้

การกลับมาอ่านใหม่อีกรอบ เราก็ยังชอบเท็ดดี้อยู่มาก (โดยเฉพาะเมื่อได้เปรียบเทียบกับแชนนอน นางเอกเรื่อง Outlaw Derek) เธอกล้าหาญ และรู้ใจตัวเอง มันออกจะเร็วไปสักหน่อยกับความรักที่เธอมีให้ต่อแซค ทั้งที่เจอเขาได้ไม่กี่วัน เท็ดดี้ยอมรับกับตัวเอง และแซคว่า รักเขา แต่เราคิดว่าเรื่องวางโครงสร้างมาได้ดี มีการพูดถึงลางสังหรณ์ของผู้หญิงในตระกูลของเท็ดดี้ มันอาจจะดูเหนือธรรมชาติ (และไม่เข้ากับเรื่อง) แต่เราคิดว่า เข้ากับคาแร็คเตอร์ของเท็ดดี้ที่วางมาได้ดี 

นางเอกเรื่องนี้ไม่กลัวความรัก และไม่อายที่จะวิ่งตามชายที่ตัวเองรัก ซึ่งนอกจากจะรู้ใจตัวเองแล้ว เท็ดดี้ก็ยังรู้ใจแซค อ่านเขาออกว่า การที่เขาปฏิเสธไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความรู้สึกให้ แต่เพราะเขากลัว  นางเอกเรื่องนี้เป็นจุดเด่นที่สุดของเรื่องค่ะ การที่เธอทำให้แซคสงบ และยินยอมทำตามแผนการที่ใช้จับคนร้าย (โดยที่แซคไม่ได้ใช้วิธีการอย่างที่ตัวเองอยากทำ) ทำให้บุคลิคส่วนนี้ของเธอเด่นชัดอย่างยิ่ง

พล็อตส่วนสืบสวนไม่มีอะไรซับซ้อน หรือต้องคิด หรือกระทั่งต้องลุ้น เราอ่านแล้วก็งงเล็กน้อยถึงเหตุผลที่แซคต้องยอมมาทำงานให้กับเฮเก้น ในเรื่องไม่ได้บอกไว้อย่างชัดเจน (สปอยล์) เพราะเห็นได้ชัดว่า เฮเก้นไม่ได้ใช้ชื่อศัตรูเก่าของแซคมาเป็นเหตุผลด้วย 

เรื่องสั้น ๆ ใช้เวลาไม่นาน พล็อตไม่ซับซ้อน แต่คาแร็คเตอร์ (นางเอก) ได้ใจ ทำให้เลยไม่ค่อยสนใจ (หรือรำคาญ) มากมายอะไรที่พระเอกเล่นตัว

คะแนนที่ 63

 

ป.ล. เล่มที่เรามีไม่ใช่ปกฉบับใหม่หรอกนะคะ แต่เป็นฉบับเน่า ๆ ปกนี้ซึ่งซื้อได้มาจากตลาดนัดจตุจักร กำลังคิดอยู่ว่า ถ้ามีบ้านเป็นของตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว (แบบที่มีชั้นหนังสือด้วย) จะซื้อเล่มใหม่มาจัดเก็บให้เข้าชุดกับเล่มอื่น

 

 

 

Outlaw Derek ของเคย์ ฮูเปอร์

เล่มนี้ถ้านับตามชุด ถือเป็นเล่มที่หกนะคะ แต่ถ้าหากนักเอา In Serena's Web เข้าไปด้วย ก็ถือเป็นเล่มที่เจ็ดค่ะ  เป็นเรื่องราวของเดเร็ค รอสส์ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเปิดตัวออกมาในเล่ม Unmasking Kelsey

เดเร็คที่เพิ่งกลับจากภารกิจสุดหินในแอลจีเรียถึงบ้านในเมืองริชมอนด์ได้ยังไม่ทันข้ามคืน ก็ถูกปลุกให้ตื่นกลางดึกจากเสียงเคาะประตูของหญิงสาวบอบบางนามว่าแชนนอน บราวน์ ผู้ที่ทำกำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และทางรอดเดียวของเธอก็คือชายลึกลับนามว่าเดเร็ค รอสส์ คนที่อดีตนายจ้างของเธอแนะนำชื่อให้ไว้

แชนนอนที่ทำงานเป็นพนักงานธุรการทำหน้าที่พิมพ์จดหมายตามคำสั่งของผู้บริหารในบริษัทผลิตอาวุธที่ทำงานตามสัญญาของรัฐบาลได้บังเอิญไปรู้ความลับสำคัญเข้า  ความลับที่แชนนอนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า คืออะไรกันแน่ แต่มันก็ร้ายแรงพอที่จะทำให้อพาทเม้นต์ของเธอถูกวางระเบิด แชนนอนรอดตายมาได้หวุดหวิด แต่นอกจากเดเร็คแล้ว หญิงสาวก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใครได้อีก

พล็อตง่ายตามสูตรเลยค่ะ นางเอกผู้ต้องการคนคุ้มครอง พระเอกที่เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ออกโรงมาจัดการแก้ปัญหาให้เธอทุกอย่าง จริง ๆ นี่ไม่ใช่ข้อด้อยนะคะ เรื่องในชุดนี้เกือบทุกเล่ม พล็อตออกแนวนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เราเกือบจะทนอ่านเรื่องนี้ไม่จบก็คือ นางเอก

เราพยายามเข้าใจค่ะว่า นางเอกมีได้ในหลายลักษณะ เธอไม่จำเป็นจะต้องเก่งกาจ เอาตัวรอดเองได้ เราพยายามเข้าใจคาแร็คเตอร์ของแชนนอนนะคะ เธออ่อนไหว เปราะบาง นั่นโอเคค่ะ แต่ลองอ่านนางเอกที่มีคาแร็คเตอร์แบบนี้ ตั้งคำถามทุกอย่างที่พระเอกพูดเกียวกับเธอในด้านดี 

"คุณสวย"

"ฉันไม่สวย"

"ไม่คุณสวย"

"ฉันไม่สวย"

นี่ไม่ใช่บทสนทนาที่ลอกมาจากหน้าหนังสือหรอกนะคะ แต่มันเป็นธีมแบบนี้ทั้งเรื่อง แชนนอนซึ่งเดินกระเผลอเนื่องจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก มีปัญหาเรื่องความมั่นใจในตัวเอง เธอถูกมารดาฝังหัวมาตลอดว่า มีข้อบกพร่องร้ายแรง นั่นทำให้เธอไม่มั่